คุณแม่ตั้งครรภ์ อาการแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล?

สัญญาณอันตรายที่คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรมองข้าม

การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย หลายอาการเป็นเรื่องปกติ แต่บางอาการอาจเป็น สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที เพื่อความปลอดภัยของทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์

บทความนี้รวบรวมอาการสำคัญที่คุณแม่ตั้งครรภ์และคนในครอบครัวควรรู้ เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

1. มีเลือดออกทางช่องคลอด

เลือดออกระหว่างตั้งครรภ์ไม่ใช่อาการที่ควรนิ่งนอนใจ โดยเฉพาะหาก

  • เลือดออกปริมาณมาก
  • มีลิ่มเลือด
  • ปวดท้องร่วมด้วย
  • เลือดสีแดงสด

อาจเป็นสัญญาณของ

  • ภาวะแท้ง
  • รกลอกตัวก่อนกำหนด
  • รกเกาะต่ำ
  • ภาวะคลอดก่อนกำหนด

ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที

2. น้ำเดินก่อนกำหนด

หากมีน้ำใส ๆ ไหลออกจากช่องคลอดอย่างต่อเนื่อง หรือไหลออกมาเป็นจำนวนมาก อาจเป็นน้ำคร่ำแตก ลักษณะของน้ำคร่ำ

  • ใส
  • ไม่มีกลิ่นฉุนไหล
  • ไม่สามารถกลั้นได้

หากสงสัยว่าน้ำเดิน ไม่ควรรอดูอาการเอง เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อและการคลอดก่อนกำหนด

3. ลูกดิ้นน้อยลงหรือไม่ดิ้น

หลังอายุครรภ์ประมาณ 28 สัปดาห์ คุณแม่ควรเริ่มสังเกตการดิ้นของลูกเป็นประจำ หากพบว่า

  • ลูกดิ้นน้อยลงอย่างชัดเจน
  • ไม่ดิ้นเหมือนปกติ
  • นับลูกดิ้นแล้วน้อยกว่าที่เคย

ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อประเมินสุขภาพของทารก

4. ปวดท้องรุนแรงหรือปวดบีบสม่ำเสมอ

อาการที่ควรระวัง เช่น

  • ปวดท้องมากผิดปกติ
  • ปวดเป็นจังหวะทุก 5–10 นาที
  • ปวดร้าวลงหลัง
  • ปวดไม่หายแม้พัก

อาจเป็นสัญญาณของ

  • เจ็บครรภ์คลอด
  • คลอดก่อนกำหนด
  • รกลอกตัวก่อนกำหนด

5. ปวดศีรษะรุนแรง ตามัว หรือเห็นแสงวาบ

หากมีอาการร่วมกัน เช่น

  • ปวดศีรษะมาก
  • ตามัว
  • เห็นแสงวูบวาบ
  • หน้าบวม มือบวมมาก
  • ความดันโลหิตสูง

อาจเป็นสัญญาณของ ภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางสูติกรรม

6. ชักหรือหมดสติ

หากคุณแม่ตั้งครรภ์เกิดอาการ

  • ชัก
  • หมดสติ
  • ไม่รู้สึกตัว

ควรโทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินและรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นภาวะครรภ์เป็นพิษระยะรุนแรงหรือสาเหตุอื่นที่อันตราย

7. ไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส

หากมี

  • ไข้สูง
  • หนาวสั่น
  • ปวดเมื่อยมาก
  • หายใจลำบาก

อาจเกิดจากการติดเชื้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งแม่และลูกในครรภ์

ไม่ควรซื้อยารับประทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

8. หายใจเหนื่อย เจ็บหน้าอก หรือหอบผิดปกติ

หากมีอาการ

  • หายใจไม่ทัน
  • แน่นหน้าอก
  • เจ็บหน้าอก
  • ใจสั่นมาก
  • เป็นลม

อาจเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ ลิ่มเลือดอุดตัน หรือภาวะทางเดินหายใจที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

9. อาเจียนรุนแรง รับประทานอาหารและน้ำไม่ได้

หากอาเจียนตลอดทั้งวันจน

  • ดื่มน้ำไม่ได้
  • ปัสสาวะน้อย
  • เวียนศีรษะ
  • อ่อนเพลียมาก

อาจเกิดภาวะแพ้ท้องรุนแรง (Hyperemesis Gravidarum) ซึ่งเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำและต้องได้รับการรักษา

10. อุบัติเหตุระหว่างตั้งครรภ์

หากเกิดเหตุการณ์ เช่น

  • รถชน
  • หกล้มแรง
  • กระแทกหน้าท้อง
  • ถูกของแข็งกระแทก

แม้จะยังไม่มีอาการผิดปกติ ก็ควรไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจประเมินความปลอดภัยของทารก

หากใกล้คลอด ควรไปโรงพยาบาลเมื่อใด?

สำหรับคุณแม่ที่อายุครรภ์ใกล้ครบกำหนด ควรไปโรงพยาบาลเมื่อ

  • เจ็บครรภ์สม่ำเสมอ
  • น้ำเดิน
  • มีเลือดออก
  • ลูกดิ้นน้อยลง
  • แพทย์นัดคลอด

ไม่ควรรอให้อาการรุนแรง เพราะอาจทำให้การดูแลรักษาล่าช้า

วิธีเตรียมตัวเมื่อจำเป็นต้องไปโรงพยาบาล

ควรเตรียมไว้ล่วงหน้า ได้แก่

  • สมุดฝากครรภ์
  • บัตรประชาชน
  • สิทธิการรักษา
  • โทรศัพท์มือถือและที่ชาร์จ
  • เสื้อผ้าสำหรับนอนโรงพยาบาล
  • ของใช้จำเป็นสำหรับคุณแม่และทารก (หากใกล้คลอด)

การเตรียมพร้อมจะช่วยให้เดินทางได้รวดเร็วเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

AUNJAI MATE พร้อมอยู่เคียงข้างทุกการเดินทาง

เมื่อถึงวันนัดฝากครรภ์ ตรวจครรภ์ หรือจำเป็นต้องเดินทางไปโรงพยาบาล AUNJAI MATE พร้อมให้บริการรับ-ส่งคุณแม่ตั้งครรภ์ด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะอาด ปลอดภัย พร้อมผู้ช่วยดูแลตลอดการเดินทางและอำนวยความสะดวกในทุกขั้นตอน เพื่อให้คุณแม่และครอบครัวอุ่นใจในทุกนัดหมาย

การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่ต้องใส่ใจการเปลี่ยนแปลงของร่างกายอยู่เสมอ หากพบอาการผิดปกติ เช่น มีเลือดออกทางช่องคลอด น้ำใสไหลออกจากช่องคลอด ลูกดิ้นน้อยลง ปวดท้องรุนแรง ปวดศีรษะร่วมกับตามัว ไข้สูง หายใจลำบาก อาเจียนรุนแรง หรือเกิดอุบัติเหตุระหว่างตั้งครรภ์ ควรเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจประเมินโดยเร็ว

การได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างเหมาะสมตั้งแต่เริ่มมีอาการ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความอุ่นใจให้กับทั้งคุณแม่และลูกน้อยตลอดการตั้งครรภ์

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ลูกดิ้นน้อยลง ควรทำอย่างไร?

หากลูกดิ้นน้อยลงกว่าปกติ หรือไม่ดิ้นเหมือนทุกวัน ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจประเมิน ไม่ควรรอดูอาการเอง

มีเลือดออกเล็กน้อยระหว่างตั้งครรภ์ จำเป็นต้องไปโรงพยาบาลหรือไม่?

แม้เลือดจะออกเพียงเล็กน้อย ก็ควรปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะหากมีอาการปวดท้องร่วมด้วย เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

น้ำเดินกับปัสสาวะเล็ด แตกต่างกันอย่างไร?

น้ำคร่ำมักเป็นของเหลวใส ไหลต่อเนื่อง และไม่สามารถกลั้นได้ ส่วนปัสสาวะมักมีกลิ่นเฉพาะและสามารถควบคุมการขับถ่ายได้มากกว่า หากไม่แน่ใจควรไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจยืนยัน

ปวดท้องแบบไหนควรพบแพทย์?

หากปวดท้องรุนแรง ปวดเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หรือมีอาการร่วมกับเลือดออก น้ำเดิน หรือไข้ ควรรีบไปโรงพยาบาล

คุณแม่ตั้งครรภ์มีไข้ ควรดูแลอย่างไร?

หากมีไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป หรือมีอาการอ่อนเพลียมาก หนาวสั่น หรือหายใจลำบาก ควรพบแพทย์ และไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง

Discover more from AUNJAI MATE

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading