โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) รู้เร็ว รักษาทัน ลดความพิการและเพิ่มโอกาสรอดชีวิต

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) อาการ สาเหตุ วิธีสังเกต และการรักษา

รู้จักโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) สาเหตุ อาการเตือน วิธีสังเกตด้วยหลัก FAST การรักษา การป้องกัน และการดูแลผู้ป่วย พร้อมคำแนะนำเมื่อจำเป็นต้องไปโรงพยาบาล

โรคหลอดเลือดสมอง คืออะไร?

โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke คือภาวะที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้เซลล์สมองขาดออกซิเจนและเริ่มเสียหายภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว อาจเกิดความพิการถาวร หรือเสียชีวิตได้

โรคนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังสามารถพบได้ในวัยทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือสูบบุหรี่

โรคหลอดเลือดสมองมีกี่ประเภท?

  1. หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (Ischemic Stroke)
    • พบมากที่สุดประมาณ 80-85% เกิดจากลิ่มเลือดหรือไขมันอุดตันหลอดเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ได้
  2. หลอดเลือดสมองแตก (Hemorrhagic Stroke)
    • เกิดจากหลอดเลือดในสมองแตก เลือดออกในสมอง มักสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูง หรือความผิดปกติของหลอดเลือด

สัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง

วิธีจำง่ายที่สุดคือหลัก FAST

F – Face (หน้าเบี้ยว)
  • มุมปากตก
  • ยิ้มแล้วหน้าไม่เท่ากัน
A – Arm (แขนอ่อนแรง)
  • ยกแขนสองข้างไม่เท่ากัน
  • แขนหรือขาชา
S – Speech (พูดผิดปกติ)
  • พูดไม่ชัด
  • พูดไม่ได้
  • ฟังไม่เข้าใจ
T – Time (รีบไปโรงพยาบาลทันที)

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่ง อย่ารอดูอาการ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะทุกนาทีมีผลต่อการรักษา

อาการอื่นที่อาจพบ

  • ปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน
  • เวียนศีรษะ เดินเซ
  • ตามัวหรือมองไม่เห็นข้างหนึ่ง
  • ชาครึ่งซีก
  • กลืนลำบาก
  • หมดสติ

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง?

ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อไปนี้ควรดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด

  • อายุ 55 ปีขึ้นไป
  • ความดันโลหิตสูง
  • เบาหวาน
  • ไขมันในเลือดสูง
  • โรคหัวใจ
  • สูบบุหรี่
  • ดื่มแอลกอฮอล์มาก
  • น้ำหนักเกิน
  • ไม่ออกกำลังกาย
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดสมอง

หากสงสัยว่าเป็น Stroke ต้องทำอย่างไร?

สิ่งที่ควรทำ

✅ โทรขอความช่วยเหลือหรือรีบนำส่งโรงพยาบาล

✅ จดเวลาที่เริ่มมีอาการ

✅ ให้ผู้ป่วยนอนตะแคง หากมีอาเจียน

✅ คลายเสื้อผ้าที่รัดแน่น

สิ่งที่ไม่ควรทำ

❌ อย่าให้รับประทานอาหาร

❌ อย่าให้ดื่มน้ำ

❌ อย่าให้รับประทานยาเอง โดยเฉพาะยาแอสไพริน หากยังไม่ทราบว่าเป็นหลอดเลือดตีบหรือแตก

❌ อย่ารอดูอาการ

โรคหลอดเลือดสมองรักษาได้หรือไม่

หากเป็นหลอดเลือดสมองตีบ ผู้ป่วยบางรายสามารถได้รับยาละลายลิ่มเลือด หรือการรักษาโดยนำลิ่มเลือดออก หากมาถึงโรงพยาบาลภายในเวลาที่เหมาะสม

ยิ่งรักษาเร็ว สมองยิ่งเสียหายน้อย และมีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ

วิธีป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง

  • ควบคุมความดันโลหิต
  • ควบคุมระดับน้ำตาล
  • ลดไขมันในเลือด
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • งดสูบบุหรี่
  • จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • ตรวจสุขภาพประจำปี
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง

ผู้สูงอายุที่เสี่ยง Stroke ควรมีคนไปโรงพยาบาลด้วย

ผู้สูงอายุหลายคนต้องไปพบแพทย์เพื่อติดตามอาการ ตรวจเลือด ตรวจสมอง หรือทำกายภาพฟื้นฟูหลังเป็นโรคหลอดเลือดสมอง แต่หลายครั้งลูกหลานไม่สามารถลางานไปด้วยได้

การมีผู้ดูแลคอยพาไปโรงพยาบาล ช่วยประสานงาน รับฟังคำอธิบายจากแพทย์ และดูแลระหว่างการเดินทาง จะช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นและลดความกังวลของทั้งผู้ป่วยและครอบครัว

AUNJAI MATE ผู้ช่วยพาไปโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด

หากคุณหรือคนในครอบครัวมีนัดตรวจ ติดตามอาการ หรือทำกายภาพหลังโรคหลอดเลือดสมอง AUNJAI MATE พร้อมดูแลตลอดการเดินทาง

🚗 รับ-ส่งถึงโรงพยาบาล

🤝 ดูแลตั้งแต่ลงทะเบียนจนพบแพทย์

📋 ช่วยประสานงานและติดต่อแผนกต่าง ๆ

💙 ส่งกลับบ้านอย่างปลอดภัย

เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพักฟื้นหลัง Stroke และครอบครัวที่ไม่สะดวกพาไปโรงพยาบาลด้วยตนเอง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

โรคหลอดเลือดสมองหายขาดได้ไหม?

หากรักษาได้เร็ว ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถฟื้นตัวได้ดี แต่บางรายอาจมีอาการอ่อนแรงหรือความบกพร่องหลงเหลือ จึงควรทำกายภาพบำบัดและติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง

โรคหลอดเลือดสมองเกิดซ้ำได้หรือไม่?

ได้ หากไม่ควบคุมปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือหยุดยาด้วยตนเอง

หากอาการดีขึ้นเอง ยังต้องไปโรงพยาบาลหรือไม่?

ควรไปทันที เพราะอาจเป็นภาวะเตือนก่อนเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (TIA) ซึ่งเป็นสัญญาณว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเกิด Stroke ในเวลาอันใกล้

Discover more from AUNJAI MATE

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading